รายการข้อมูล
Tag
ปรัชญา
-
ใครๆก็บรรลุธรรมได้ ถ้ารู้วิธี
ความจริงการปฏิบัติธรรม...เพื่อให้จิตอยู่เฉยนั่นเอง เฉยแบบไม่ปรุงแต่งอะไรเลย เฉยอยู่ในความว่าง รู้อยู่แต่ไม่มีรูปร่าง รู้อยู่ในความว่าง ว่างแบบรู้ จะไปพิจารณากายก็ไม่ได้ บางคนนึกว่าจิตตัวเองไม่มีปัญญา ถ้าจิตมันอยู่เฉยได้ในธรรม มันก็มีปัญญาอยู่แล้ว ปัญญาคุมถึงจะเป็นเฉยได้ ถ้าไม่ใช่ปัญญามันจะวางยังไงล่ะ ปัญญาตรงนี้ชื่อว่าปัญญาวิปัสสนา ไม่ใช่ปัญญาสังขาร ปัญญาวิปัสสนามันจะวางหมด รู้...วาง แต่ปัญญาสังขารจะรู้แล้วไม่วาง จะปรุงแต่ง บางคนจิตอยู่ตรงนี้แล้วก็มาปรุงแต่งต่อเพื่อให้เกิดความก้าวหน้า เกิดความรู้เท่ารู้ทัน สุดท้ายเราก็เลยมาเป็นทาสของสังขาร ปรุงอยู่นั่น เป็นปัญญาสังขาร แล้วสิ้นสุดไหม ไม่สิ้นสุด ไม่จบ จบไม่ได้ตราบใดที่เอาสังขารมาเป็นจิต เอาจิตมาเป็นสังขาร... เราต้องหาจิตของเราให้เจอ จิตของเรานั้นคือหยุด หยุดแล้วมันจะเกิดความว่าง ว่างแล้วรู้ รู้อยู่ในความว่างตรงนั้น ไม่ใช่ว่างแบบไม่รู้ เรากินน้ำเย็นไปเพื่อเป็นตัวล่อให้สติของเราลงลึกเข้าไปเท่าไรยิ่งดี ลึกไปมันก็เกิดความรู้สึกเย็นๆ ขึ้นมา สุดท้ายความรู้สึกอื่นๆ ก็หายไปหมด เหลือแต่ความรู้สึกเย็นๆ จิตเราก็เลยเบาเพราะภภาระที่เคยแบกนั้นไม่ได้แบกแล้ว -
ตัวกู ของกู
การยึดติดอยู่ในความเป็นวัตถุนิยม "นี่คือของของเรา นี่คือสิ่งที่เราต้องได้ นี่คือสิ่งที่เราต้องเอา" นั้นนับเป็นกิเลสขั้นหยาบที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรให้เกิดขึ้นกับตนเอง หรือถ้าหากยังมีอยู่ก็ควรจะพยายามขจัดให้เบาบางลง เพราะหากยังไม่อาจขจัดเจ้ากิเลสตัวนี้ให้หลุดออกไปได้ ก็คงไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องการกำจัดความเป็น "ตัวตน" ให้หมดสิ้นไป หนังสือ ตัวกู-ของกู เล่มนี้ บอกให้เราได้ทราบถึงจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของพุทธศาสนา ปรับความเข้าใจผิดๆ ที่เคยเข้าใจกันมาให้ถูกต้อง แล้วเน้นไปที่การลดละความยึดมั่นถือมั่นอยู่กับ "อัตตา" หรือความเป็น "ตัวตน" และ "ของตน" เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายสูงสุดของพุทธศาสนา เมื่อเราลดละความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวตน หรือตัวกู ของกู ได้แล้ว สังคมแห่งการเอื้อเฟื้อแบ่งปันสังคมแห่งความสงบสุขไม่หลงไป "วัตถุนิยม" ก็จะหวนกลับมา

